THIS IS MYNT!

LET’S GET HYPED IN FLIGHT

นั่งเครื่องไฟลต์ยาวแค่ไหน ก็ต้องเก๋!

[thb_image alignment=”center” image=”1656″ img_size=”full”][thb_gap height=”60″]

ปัญหาอันดับต้นๆที่สาวๆนักเดินทางต้องประสบคือ ไม่สามารถจัดการกับเสื้อผ้าหน้าผมบนเครื่องบินได้ แต่พอ swipe อินสตาแกรมดูเหล่าคนดังทีไร ทำไมพวกเธอดูดีแม้กระทั่งบนไฟลต์ล่ะ? ของแบบนี้ต้องอาศัยการเตรียมตัว บวกชั่วโมงบินที่สูงอยู่ซักหน่อย ยิ่งถ้าใครบินบ่อยจะเริ่มรู้วิธีเอาตัวรอดจากความเยินของไฟลต์ยาวๆ แต่ถ้ายังเป็นมือใหม่หัดเดินทาง คงต้องเทรนด์คอร์สนี้ให้ผ่าน จะได้สวยตั้งแต่ขึ้นเครื่อง ระหว่างบิน และลงเครื่อง แบบไม่ต้องเสียพลังงานขนเสื้อผ้าไปหนักมาก เพื่อแฟชั่นบนเครื่องบิน

[thb_gap height=”60″][thb_image alignment=”center” image=”1657″ img_size=”large”][thb_gap height=”60″]

RULE #1 BRING YOUR KEY PIECES

หัวใจสำคัญของความ hyped บนไฟลต์บิน ต้องมีชิ้นเด็ดไอเท็มลับที่จะทำให้นั่งสบาย นอนสบาย ขยับตัวได้สะดวก แต่ก็ยังดูดีด้วย เพราะคนส่วนใหญ่เวลาต้องใช้ชีวิตบนเครื่องบินนานๆ มักจะหน้าสด สวมชุดนอน บางคนถอดรองเท้าสวมสลิปเปอร์ยาวจนลงเครื่อง ซึ่งเข้าใจล่ะว่าสบาย แต่ถ้าเป็นไฟลต์ที่เตรียมไปพบปะผู้คน ไปทำงานหรืออาจจะต้องติดต่อธุรกิจพันล้าน! เสื้อผ้าอาภรณ์แบบนี้คงไม่เหมาะเท่าไหร่ แถมเสื้อผ้าหลักๆยังอยู่ในกระเป๋าเดินทาง บางครั้งอยากเปลี่ยนชุดดีๆ แต่มีดีเทลเยอะจนใส่ในกระเป๋าไซส์เคบินไม่ไหว เอาล่ะ ลองจัดชิ้นเหล่านี้มาไว้กับตัว น่าจะช่วยให้ดูดีพร้อมถ่ายรูปบนไฟลต์ เตรียมอัพโหลดได้เมื่อเครื่องลง

[thb_gap height=”60″][thb_image alignment=”center” image=”1660″ img_size=”large”][thb_gap height=”60″]
  • WRINKLE-FREE JACKET :

เลือกหยิบเสื้อตัวนอกที่ไม่ยับง่าย หรือใช้ผ้าที่ไม่ยับเลย ไม่ต้องรีด พับม้วนเก็บได้ตามใจฉัน ถ้าอยากเก๋ๆก็ต้อง Bomber jacket ที่เป็นผ้าร่มลื่นๆสีเขียวทหารหรือสีดำ ซึ่งสวมได้ตั้งแต่ขึ้นเครื่อง ใช้ห่มแก้หนาวบนเครื่อง และมีช่องใส่ของสารพัด เหมาะกับคนขี้เกียจพกของมากมาย หรือคนขี้ลืมที่หาของในกระเป๋าใหญ่ๆไม่ค่อยเจอ

  • SMALL BUT FUNCTIONAL BAG :

นอกจากกระเป๋าไซส์เคบินหรือแบ็กแพ็กแล้ว สะพายกระเป๋าใบจิ๋วแต่แจ๋วที่มีช่องใส่นู่นนั่นนี่ แบ่งเป็นสัดเป็นส่วน ไว้สำหรับใส่เอกสารสำคัญที่ต้องหยิบใช้บ่อยๆอย่างพาสปอร์ต ใบขาเข้าขาออก ปากกา เงินสด บัตรเครดิต โดยเลือกกระเป๋าสีที่แมทช์ได้กับทุกสิ่งบนโลก อย่างสีดำ น้ำตาล เบจ หรือสีเอิร์ธโทน อาจเป็น crossbody ที่สะพายง่ายๆ ดีกว่ากระเป๋าสะพายไหล่หรือเป้จิ๋วอีกใบที่อาจซ้ำซ้อนกับกระเป๋าสัมภาระจนเกินไป

  • OVERSIZED HANDBAG :

ตรงกันข้ามกับข้อข้างบน สำหรับผู้หญิงที่มีของใช้ส่วนตัวเยอะ อาจใช้กระเป๋าถือที่ใบใหญ่ๆ ใส่ของได้ทุกสิ่งทุกอย่างไปเลย โดยไม่ต้องมีกระเป๋าเคบินหรือเป้สะพายหลังอีก ซึ่งจะช่วยตัดทอนความพะรุงพะรังไปได้เยอะ และยังสะดวกในการควานหาของสำคัญๆ เพราะจับทุกอย่างใส่ลงไปในที่เดียวกัน แบ่งสัดส่วนตามความต้องการ อยากได้อะไรก็หยิบหามาใช้ได้เลย

[thb_gap height=”60″][thb_image alignment=”center” image=”1661″ img_size=”large”][thb_gap height=”60″]
  • LIGHT WEIGHT SUNGLASSES :

ทำไมแว่นกันแดดถึงสำคัญ? แว่นกันแดดทำให้เราดูดีแม้ไม่ได้แต่งหน้า แว่นกันแดดช่วยปกปิดความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง และช่วยกรองแสงไฟบนเครื่องบินในระหว่างอยู่บนไฟลต์ รวมไปถึงแสงไฟตามสนามบินต่างๆ ซึ่งอาจจะทำให้แสบตาหรือเพลียสายตา โดยไม่รู้ตัว แต่ต้องเลือกแว่นกันแดดที่น้ำหนักเบาซักหน่อยนะ เพราะถ้าตั้งใจจะสวมระยะยาวและสวมจริงจัง ถ้าแว่นหนักมากจะกดทับตั้งแก้มและดั้งจนปวดแทนที่จะสบายตา

  • FITTED SNAPBACK :

นอนบนไฟลต์ นอนยังไงก็ผมยุ่ง เป็นปัญหาระดับชาติที่แก้ไม่ตก เผลอๆยังมีปัญหาผมมัน ผมพันกัน และผมเสียทรงอีกต่างหาก คนดังหลายคนเลยหยิบหมวกใบเก่งติดกระเป๋ามาใช้สวมระหว่างไฟลต์ และตอนลงจากเครื่อง เพื่อจัดการปัญหาเรื่องผมให้บางเบา ซึ่งหมวกก็ต้องพอดีศีรษะด้วยนะ อย่างหมวกทรง fitted แต่ไม่รัดแน่นจนอึดอัด และไม่ต้องมีลวดลายฉูดฉาด แค่ปักสัญลักษณ์นิดหน่อยเป็นพอ

  • SLIP-ON SHOES :

รองเท้าผ้าใบอาจเป็นตัวเลือกแรกๆของนักเดินทาง เพราะเรียบง่ายไม่ยุ่งยาก แต่จะไปยุ่งมากตอนอยู่บนเครื่อง เมื่อต้องถอดเข้าถอดออก คลายเชือกมัดเชือก หรือตอนวิ่งไปต่อเครื่องอีกลำ เชือกหลุดกลางทางก็หงุดหงิดได้เหมือนกัน เช่นเดียวกับบู้ทที่สวมใส่ทะมัดทะแมง แต่เหนื่อยหนักกับการถอดไปถอดมาหลายๆครั้ง เลยไม่ค่อย practical เท่าไหร่ ลองหันมาสวมผ้าใบแบบ slip-on ที่ดูไม่ลำลองจนเกินไป อาจเลือกที่เป็นหนังหรือแคนวาสไม่มีลาย สวมปุ๊บจบปั๊บ ถอดเข้าถอดออกได้ง่าย และคล่องตัวในการเดินทาง

  • SMART TIGHT :

นี่ก็เป็นอีกปัญหาสำหรับสาวๆนักเดินทางที่ต้องไปทริปทางการ เพราะถ้าสวมกางเกงวอร์มหรือจ็อกเกอร์ที่สบายมาก ก็ดูไม่เรียบร้อยเมื่อลงเครื่องไป แต่ถ้าสวมยีนส์ก็อึดอัดพอตัวสำหรับไฟลต์ยาว สวมกระโปรงก็นอนลำบาก สวมสกินนี่ก็อึดอัด เลกกิ้งก็ดูจะชิลไป ตัวเลือกที่เข้าทางจึงเป็นกางเกงแบบ tight ซึ่งคล้ายเลกกิ้งแต่ผ้าหนากว่า กระชับรูปร่างมากกว่า เก็บทรงได้ดีกว่า แถมยังแมทช์กับเสื้อผ้าท่อนบนได้หลากหลาย เลือกซื้อ tight ที่ระบายอากาศได้ดี มีความยืดหยุ่น จะยิ่งสวมใส่สบายเกินสิบชั่วโมง

[thb_gap height=”60″][thb_image alignment=”center” image=”1662″ img_size=”large”][thb_gap height=”60″]
  • BASIC TEE :

สวมเสื้อยืดเบสิกๆเป็นหลัก หรือจะหยิบไปเปลี่ยนบนเครื่องด้วยก็ได้ เพราะเสื้อยืดเบสิคสีเรียบเป็นชิ้นที่สะดวกต่อการจับวาง เข้าได้กับเสื้อตัวนอกทั้ง Bomber Biker หรือ Blazer ก็ได้ โดยเลือกเนื้อผ้าที่ถ่ายเทอากาศ ไม่ยับง่าย และมีคัตติ้งสวยๆ ไม่ใช่เสื้อยืดย้วยๆที่แค่นั่งพิงเก้าอี้ก็เสียทรงไปหมดแล้ว จะได้ดู hyped ตลอดการเดินทางไงล่ะ

  • SILK SCARVE :

อีกชิ้นที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของการเดินทาง ใช้ห่มก็ได้ คลุมไหล่ก็โอเค ใช้พันคอก็ดูเรียบหรูขึ้นอีกขั้น ซึ่งข้อดีของผ้าพันคอที่ทำจากผ้าไหม คือ เนื้อผ้าที่ยับยาก และให้ความรู้สึก ‘แพง’ ตลอดเวลา เน้นเลือกสีเข้มๆเพื่อให้แมทช์ได้มากกว่า แต่อาจจะต้องระวังความลื่นที่อาจหล่นหายไประหว่างทาง ในช่วงชุลมุน

[thb_gap height=”60″][thb_image alignment=”center” image=”1663″ img_size=”large”][thb_gap height=”60″]

RULE #2 WHAT SHOULD WE BRING IN CABIN LUGGAGE?

            นั่นน่ะสิ แล้วในกระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่องหรือแบ็กแพ็คจะใส่อะไรดี? หลักๆเลย จัดหมวดหมู่ข้าวของที่ต้องใช้ 100% บนไฟลต์ อย่างอุปกรณ์ล้างหน้าแปรงฟัน โลชั่น ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไซส์เล็ก รวบรวมกันไว้ในกระเป๋าเฉพาะ แล้วค่อยย้ายไปหมวดเครื่องสำอางที่ขาดไม่ได้แน่นอน อย่างดินสอเขียนคิ้ว ไพรเมอร์ บลัชออน และลิปสติกสีโปรด เลือกเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้นนะ อย่าขนไปทั้งคลังเครื่องสำอาง จับทุกอย่างใส่อีกกระเป๋าเล็ก แล้วค่อยหยิบออกมาอย่างเป็นระเบียบ ใส่ไว้ในกระเป๋าหน้าที่นั่งพร้อมใช้งาน ขาดไม่ได้คือเครื่องหอม และผ้าเปียกทำความสะอาด เพราะคงไม่ดีแน่ถ้าเมคอัพดี ผิวฟู แต่งตัวเก๋ แต่ส่งกลิ่นเหม็นอับ ควรแว้บไปทำความสะอาดเนื้อตัว พรมน้ำหอมเบาๆ ตั้งแต่ขึ้นเครื่อง และก่อนลงเครื่องอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

[thb_gap height=”60″][thb_image alignment=”center” image=”1664″ img_size=”large”][thb_gap height=”60″][thb_dividers style=”style6″][thb_gap height=”60″]